อารมณ์ชั่ววูบ

posted on 22 May 2008 13:00 by infantry-p

เมื่อวานได้มีโอกาสไปงานศพของเพื่อนร่วมห้องเรียน ของหลานชายคนกลาง

หากท่านได้อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับเมื่อ วันที่ 21 พ.ค. จะเห็นข่าวหน้า 1 ที่ว่า

"ม.4 ซดยาพิษประชดความจน"

นั่นแหละครับ เป็นเพื่อนของหลานชายผมเอง

ก็ได้แต่นั่งมองแล้วก็ปลงว่า เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

เค้าว่าคนที่คิดฆ่าตัวตายนั้น มันเป็นเพียงแค่ ชั่ววูบเท่านั้น

หลังจากลงมือแล้ว ขณะ ก่อนตายพอรู้ว่าทรมาน แต่ก็สายเสียแล้ว

ดังนั้นหากได้คุยกับผู้ที่ผ่านจุดนั้นมาโดยรอดชีวิตแล้วจะพบว่า

เค้าทั้งหลายเหล่านั้น จะบอกว่า แค่ชั่ววูบจริงๆ

เมื่อวานนี้ยังเห็นได้ว่าแม่ น้องคนนี้ ยังตาแดงๆ อยู่เลย

ความหวังทั้งหลายคง มลายหายไป กับการสิ้นชีวิตของน้องคนนี้

เพราะจากคำบอกเล่าของหลานชายบอกว่า เรียนเก่งมาก

ก่อนจะมาต่อ ม.4 ที่โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคมนั้น เกรดเฉลี่ยอยู่ที่

"3.98" ถือว่าดีมาก

พี่ชายของน้องคนนี้ เมื่อวานด้วยความที่ หลานชายไปกับเพื่อนร่วมชั้นหลายคน

ก็เลยเอาสมุดงาน สมุดการบ้าน มาถาม พวกเพื่อนๆ ว่า เห็น ป๋อง(น้องคนที่ตาย) บ่นๆ ว่าเรียนยาก

เหตุผลจริงๆ นั้นก็ไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่

แต่จากจดหมายที่ทิ้งไว้ คือ สงสารแม่ที่ต้องทำงานเพียงคนเดียว เพราะพ่อเป็นอัมพาต

อยาก เลิกเรียน ไปช่วยแม่ทำงาน แต่แม่ไม่ยอม

ผมเห็นข่าวแล้วก็ได้แต่เศร้าใจ แล้วพาลคิดไปว่า ถ้าเค้ายังอยู่ แล้วเรียนต่อไป

วันข้างหน้า จะสามารถ ช่วยได้ยิ่งกว่านี้เสียอีก

แต่ คนทุกคน ไม่สามารถที่จะคิดเหมือนกันได้ อย่างที่บอกไงครับ

อารมณ์ชั่ววูบ สามารถทำอะไรที่คาดคิดไม่ถึงได้มากมายนัก

จึงอยากภาวนา ให้ ชาวหมู่บ้าน Exteen ทั้งที่เป็น เยาวชน หรือ ท่านที่มีลูกมีหลาน

อย่าได้ประสบพบเจอกับปัญหาเหล่านี้อีกเลย

อยากให้เป็น กรณี สุดท้าย

เพราะปัญหาทุกปัญหามีทางแก้  ความตายไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา  หากแต่เป็นการหนีปัญหาต่างหาก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ทางแก้มีตั้งเยอะแยะนิ....
ไม่น่าคิดสั้นเลย

#1 By รีคอนดำ on 2008-05-22 17:46

จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่เห็นเพื่อนตอนเรียนมหาลัยกู้เงินกองทุน พอจำกันได้ไหมคะ หลังจากมันเรียนจบ ปัจจุบันเป็น ดีเทล บริษัทยาต่างชาติแห่งหนึ่ง ออกรถเบนซ์ ซื้อบ้านใหญ่โต แต่งเมียไป เมื่อปีก่อน มีข่าวว่าจะไปสวิทเซอแลนด์กับครอบครัว แต่มันตัวเมียจริงๆค่ะ ไม่ยอมใช้ทุน สำหรับเราจัดว่าชั้นเลวสุดๆ ยอมรับว่าเกลียดมันสวนตัวน่ะมีบ้าง พอเจอสัน..แบบนี้มันทวีคูณ ถ้าน้องป๋องได้ขอทุน หรือได้เงินจากการกู้ต่อในกองทุนนี้เค้าคงไม่คิดสั้น อย่าโทษว่าเด็กโง่เลยค่ะ มองว่าเค้ารักแม่ กตัญญูบ้างเถอะ อย่างที่คุณว่ามันแค่ชั่ววูบ น้องคงไม่ได้คิดว่าผลที่ตามมาคุณแม่จะเป็นยังไง ขอให้น้องไปสู่สุคติด้วยนะคะ และเสียใจกับครอบรัวน้องด้วย สังคมน่าจะพอเข้าไปช่วยอะไรเค้าได้บ้างนะคะ

#2 By rusleeping on 2008-05-22 20:32

น่าสงสารพ่อแม่น้องเขานะครับ พูดถึงแล้ว ม.๔ เนี่ย ก็ถือว่าโตแล้ว น่าจะคิดอะไรได้แล้วอ่ะครับ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ เวลาที่คนเรามีความเครียด คิดอะไรไม่ออก บางทีก็ลาจากโลกนี้ไป ก็เหมือนจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง แต่เขาคงลืมไปว่า มันก็เป็นหนทางที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่คนเหมือนกัน

นี่แหละครับชีวิต เหมือนกับช่วงที่นู๋จิตตกมาก ๆ เคยคิดจะไปกระโดดให้รถไฟชนตายเหมือนกัน จะได้จบ ๆ ปัญหา แต่พอมาคิดว่า แล้วคนที่อยู่ข้างหลังเราล่ะ จะเป็นอย่างไร มันก็ทำไม่ได้ครับ ปัญหาทุกอย่างต้องมีทางแก้ แต่มันจะแก้ได้ขนาดไหนเท่านั้นเองครับ

ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ท.ม.ว. ก็ไม่ไกลจากบ้านนู๋เท่าไหร่เสียด้วยสิ เฮ้อ...

#3 By เด็กจิตตก on 2008-05-24 10:08

ผมถึงไม่กู้ไง ต่อให้จนกรอบ เงินใกล้หมดบ้านภายในสี่-ห้าปี แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เถอะ

สงสารคนพวกเนี้ย

#4 By อังคาร 22 on 2008-05-26 12:07

ตอนนี้เค้ามีประสพการ์ณมาแค่นี้ ความคิดเค้าก็เป็นยังงี้แหละครับ ถ้าโตเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ก็คงจะมีทางออกอย่างอื่นได้ คนเราเป็นไปตามกรรมแหละครับbig smile

#5 By MyDeawAdd on 2008-05-29 09:15

สี...สี... ไม่บอก ฮ่าๆ

#6 By อังคาร 22 on 2008-05-31 19:46