เมื่อฉันไป "นราธิวาส"
posted on 11 Apr 2008 16:00 by infantry-pเนื่องด้วยเหตุการณ์ สามจังหวัดชายแดนใต้
ประกอบกับ งานรับเหมาในพื้นที่ อ.ตากใบ ติดขัดปัญหา
ทำให้กระพ้ม ไม่มีโอกาสลงไป จ.นราธิวาส มาเสียหลายปี
จะมีก็แต่ป๊ะป๋าผมเองที่ลงไปเสมอๆ ภายใต้ความเป็นห่วงของคนทั้งบ้าน
เพราะข่าวที่เข้าหู เข้าตา คนทั้งประเทศ เป็นภาพของการก่อความ
ไม่สงบของ "สัตว์นรก" บางกลุ่มก้อน
พาลทำให้ คนในพื้นที่ จว.ชายแดนใต้ รวมไปถึง ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม
ถูกคนภาคกลาง บางคนหวาดกลัว หรือ เกลียดชังไปโดยลึกๆ
รวมถึงตัวผมเอง ก็กลัวไปด้วย
แต่ป๊ะป๋าผม ก็บอกแต่ว่า มันไม่มีอะไรที่น่ากลัว
แล้วไม่นานมานี้ ผมเองก็มีโอกาสได้ลงไป เยี่ยมถิ่นที่เคยไปใช้ชีวิต อยู่กว่า 1 เดือน
เมื่อสมัย ม.4 และ ลงไปธุระเป็นครั้งคราว ขณะเรียน มหาวิทยาลัย
(จะพล่ามอีกนานมั้ย คุณคอราบ : เสียงจากผู้อ่านบล็อก)
.
.
.
.
.
.
.
(แน๊ะ! ยังจะเว้นวรรคอีก ทำเป็นนักการเมืองโดน กกต. สอยไปได้)
คับๆ : คอราบ
การเดินทางครั้งนี้ ผมเดินทางโดยใช้บริการ "ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง" ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย
ขบวนด่วนทักษิณที่ 37 จาก สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี มุ่งหน้าสู่ สถานีรถไฟตันหยง จ.นราธิวาส ครับ
ไปโดยตู้โดยสารชั้น 1 ครับ
เป็นตู้ปรับอากาศครับ เลยต้อง ห้ามสูบบุหรี่เป็น ธรรมดา
ป๊ะป๋าผม ลักษณะจะง่วง ขณะ นั่งภายในห้องพัก ในตู้โดยสารปรับอากาศชั้น 1 ครับ
ภายในห้อง จะมี เครื่องฟอกอากาศ อ่างล้างหน้า ซึ่งปกติ เวลาเดินทาง ครอบครัวผมจะแปลงสภาพมันให้เป็นกระติกแช่น้ำแข็ง
เสน่ห์ของการนั่งรถไฟ ผมว่าอยู่ตรงที่ วิวข้างทางจะเป็น ธรรมชาติ ที่เป็นธรรมชาติ จริงๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นที่ที่ ถนนยังตัดไปไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ ความเป็นธรรมชาติเลยยังอยู่เยอะ
แล้วเมื่อเดินทางไปถึง โพธารามได้ ผมก็ลงไปหาซื้อ ก๋วยเตี๋ยว แห้ง มากินกับ ป๊ะป๋า 2 กล่อง พร้อม นสพ. อีกหนึ่งฉบับ แต่นั่นหา ครณา กระเพาะ ผมไม่ จึงต้องไปหาอะไรทานต่อที่ Bogie Restuarant หรือ ตู้เสบียง นั่นเองครับ เดินไปไกลพอสมควร
จำไว้ให้ดีนะครับ ดีนะไม่ได้หิ้วอะไรไปนั่งกิน
ที่เห็น ไกลๆ นั่นครัวครับ เก้าอี้ และโต๊ะ จะถูกยึดไว้กับพื้นอย่างแน่นหนาเพื่อกัน การโคลงเคลงกินไปลมตีหน้าไป เพราะไม่มีแอร์ครับพี่น้อง
ข้าวผัดอเมริกัน กับ ต้มยำ 1 ถ้วย กินไปพักนึง นึกได้ จะถ่ายรูปนี่หว่า เลยออกมา สภาพที่เห็นละครับ
เบียร์สิงห์ เบียร์ไทย คร้าบ กินไปขวดเดียว เจอรถไฟเขย่า อีก เมาเลย
พอกินเสร็จ นึกถึงคำบอกของ ป๊ะป๋า ตอนก่อน มาที่ตู้เสบียง เค้าบอกไว้ว่า
"อย่ากลับมามืดนะ เดี๋ยวเค้า ปิดประตู"
ก็เลย ตายห่ะ จะ 2 หรือ 3 ทุ่มนี่ล่ะ ไม่แน่ใจ เดินกลับมาเรื่อยๆ ตู้แล้วตู้เล่า
แล้วก็จริงอย่างว่า พอถึงตู้ตัวเอง "ล๊อค"
ชิบหายแล้ว กรู แล้วจะนอนที่ไหนวะเนี่ย
คนที่นอนตรงประตูก็กรุณาแง้มผ้าม่านมาแล้วบอกว่า
"เอ่อ พี่ครับ เค้าล็อคจากข้างนอกครับ ยามเค้านอนแล้ว"
เอาล่ะ ความซวยมาเยือน เดินกลับไปตั้งหลัก ที่ห้องน้ำของ ตู้นั้น ก่อน
ยืนคอยพักนึง เห็นความเคลื่อนไหว ตรงประตูรอยต่อ
ไวเท่าความคิด รีบจ้ำอ้าวไปที่ประตู แล้วเจ้าหน้าที่ที่นอนตรงประตู ก็ลุกขึ้นมาแล้วก็พูดด้วยเสียงอันดังว่า
"ห้องไหนน่ะ!" : เจ้าหน้าที่
"17-18" ครับ : คอราบ
ยืนคอยพักนึงล่ะ เพราะว่า พี่แก เค้ามัดไว้แน่นเหลือเกิน
พอเปิดได้เลยพบว่า พี่แกเค้าปูที่นอนตรงนั้นล่ะ ก็เลยต้องเดินข้ามกันนิสนึง
แล้วก็รีบไปนอน เพราะ ขี้เกียจตื่นสาย จะได้มานั่งชมวิว ตอนเช้าๆ
เมื่อ พระอาทิตย์ทอแสงยามเช้า ไอ้เจ้าคอราบ ขี้เซา บวกขี้เมา ก็ตื่นขึ้นมา เพื่อจะกินอาหารเช้า
ไฮโซ มั้ยเล่า รฟท. มี American Breakfast จำหน่ายด้วย ที่เห็นขาวๆ น่ะ ที่นอนครับ กินบนที่นอนเลย
ลืมบอกไปว่า เมากลับมาแล้วยังต้อง ตะกายขึ้นไปนอนเตียงบนอีก เพราะ ป๊ะป๋า แกครองเตียงล่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
รัฐวิสาหกิจไทย รักกันครับ แถมน้ำดื่มให้ ซึ่งไม่ใช่ของใครที่ไหน ของการประปาฯ นั่นเอง ยี่ห้อ "ปาป้า" คร้าบ
การซัก ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน อะไรต่างๆ ใช้บริการซินไฉฮั้ว ซะด้วย
เมื่อกินเสร็จสรรพ ธรรมชาติ ของมนุษย์ ครับ ต้อง ... จะได้สบายตัว
ส้วมไฮโซ๊ ไฮโซ
ปุ่มกด ชักโครก ยังไฮโซ
ยังครับยังไม่พอ
มีที่อาบน้ำซะด้วย แต่มีเฉพาะ ตู้โดยสารชั้น 1 นะครับ
เพื่อสุขอนามัยที่ดี ต้องล้างมือก่อนออกจากห้องน้ำนะคร้าบ
แล้วก็มาถึง ที่หมาย สถานีรถไฟตันหยง จ.นราธิวาส ตอนประมาณสายๆ
ก็เจอกับ
พี่ๆ น้องๆ ทหาร ที่มารับ กำลังพล ที่โดยสารมากับ ขบวนรถเดียวกับ ผมไปยังที่มั่นของตนเอง
เพื่อความสะดวกและปลอดภัย ผมได้ใช้บริการ เหมารถโดยสารสองแถว จาก ที่สถานี ซึ่งป๊ะป๋า รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี
ใช้รถในพื้นที่ เป็นการปลอดภัยที่สุด คร้าบ
เท่ห์ แมะครับ
ถนนหนทาง สวยงาม ต้นหมากแดงเรียงราย ไม่มีวี่แวว ของความไม่สงบอยู่เลย
อันนี้ ถ่ายไม่ทัน แล้วก็เลย พลอยทำให้หมดอารมณ์ ในการเก็บบรรยากาศ เพราะว่าไม่ได้ไปโดยรถส่วนตัว
และที่นี่เอง คือที่หมายของ ทริปนี้ แคมป์ที่พักคนงาน ที่ตอนนี้มีแต่เครื่องจักร ในพื้นที่ บ.พรุกาบแดง ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่ง เมื่อหลายปีก่อน คึกคักไปด้วยคนงาน จนเมื่องานมีปัญหา เลยย้ายคนงาน ไปทำที่งานที่อื่น
สภาพที่พัก ที่ผมเคยมาใช้ ชีวิตอยู่ กว่า 1 เดือน ในช่วงปิดเทอม ม.4
นี่คือโรงครัว และ ที่กินเหล้า ของผมและ คนงาน
ตอนนี้มีเจ้าถิ่น คือเจ้าลิงกัง ตัวนี้
แล้วเมื่อเสร็จ จากการไปตรวจ ทรัพย์สินเรียบร้อย แล้วคนขับรถ ก็ไป ละหมาดที่ สุเหร่า เป็นที่เรียบร้อยในตอนเที่ยงวัน เพราะวันนั้นเป็น วันศุกร์ ที่ ชาวมุสลิม จะต้องเข้าไปละหมาดใหญ่ ในสุเหร่า
ก็เดินทางต่อเพื่อไปพักผ่อนที่ อ.สุไหง โก-ลก เพื่อที่ตอนเช้า จะขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร
ก็ได้เก็บภาพเล็กๆน้อยๆ ระหว่างเดินทางไปซื้อตั๋วเครื่องบิน ในตลาด
ตำรวจที่นี่ รักสุขภาพ จริงๆ ดีครับจะได้มี แรงไปสู้กับ ผู้ก่อความไม่สงบ
ด่าน ตม. แต่ไหง อยู่ในตลาด ก็ไม่รุ
คืนนั้นก็พักที่ โรงแรม เก็นติ้ง ครับ แต่ไม่ได้เก็บภาพอะไรมาเลยนอกเสียจาก
แก้วกาแฟ ที่กินตอนเช้า กับ
กระดาษทิชชู่ ที่บ่งบอกความเป็น โรงแรมเก็นติ้งดีที่สุดแล้ว
แล้วหลังจากอาหารเช้าผมก็เดินทางกลับบ้านเพื่อ กลับมาร่วมงานบวช ของเพื่อนรักคนนึง
จากการเดินทางในครั้งนี้ ผมได้พบกับความสงบภายใต้ความขัดแย้ง
ชาว 3 จว. ชายแดนใต้ ไม่ใช่คนน่ากลัว ชาวมุสลิม ไม่ใช่ผู้ที่เราต้องรังเกียจ
เพียงแค่ "สัตว์นรก" บางกลุ่มก้อน ทำเพื่อประโยชน์ เพียงเล็กน้อยของพวกมัน
แต่กลับสร้างปัญหาอันใหญ่หลวงให้กับคน ทั้งประเทศรับผิดชอบร่วมกัน
ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทำให้ เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ต้องพลัดที่นา คาที่อยู่ จากบ้านที่ตนเองรัก
จากครอบครัวอันอบอุ่น ที่ไหนสักแห่ง ต้องลงไป พบกับความลำบาก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
ไปในที่ที่ มิใช่ที่ที่ตนเองคุ้นเคย ทำงานในหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถเพื่อแผ่นดิน
ทำให้ผม รู้ซึ้ง ถึงความ ลำบาก ที่ ทั้ง พี่ตาแดง และ พี่'ม่วง'ดำ เคยเจอ และ กำลังจะเจออีกในเวลาอันใกล้
ตลอดเส้นทางที่ผมเดินทาง จะได้พบกับ จุดตรวจเป็นระยะๆ
และภาพของ ทหารที่เฝ้าตรวจอยู่ตามทางแยก หรือ ขบวน มอเตอร์ไซค์ที่ ตระเวนตรวจ รอบเมือง
มันช่างเป็นภาพที่ผมไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้ ผมอยากให้สภาพบ้านเมืองที่สงบสุขกลับมา
อยากให้เป็นเหมือนที่ผมเคยเห็นเมื่อหลายปีที่แล้ว อยากให้ความสงบสุขกลับมา
สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ ตลอดไปถึง พระบารมีอันแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ องค์จอมทัพไทย และ องค์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ
จงดลบันดาล พระทานพร แก่กำลังพล ทุกนาย จากทุกเหล่าทัพ แม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนที่ทำหน้าที่
พิทักษ์ รักษา ด้ามขวานทองเอาไว้ให้ ลูกหลานของเรา
บล็อก นี้ อาจยาวไปนิด ก็ขออภัยนะคร้าบบบบบบ พ่อแม่พี่น้อง
นราธิวาส ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย แต่ว่า ถ้าสงบคงดีกว่านี้เนาะ

#1 By อังคาร 22 on 2008-04-11 19:40