น๊านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน นาน และนานม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มาก

ที่ไม่ได้เข้ามาบ้านหลังนี้เลยเน้อ! มัวติดภารกิจอื่นเสียมากมาย ทั้ง hi5 และ Facebook รวมถึง MSN รึจะเรียกว่า Windows Live ดี เอาเหอะ เอาเป็นว่า ไปยุ่งกะอย่างอื่นๆ เทือกๆนั้นแหละ

ที่จั่วหัวนี้ขึ้นมา ก็ไม่ได้หวังเกาะกระแสดังแต่อย่างไร แต่อยากนำเสนอมุมมองต่อกิจกรรมทางศาสนาของ สังคมไทยซึ่งมีทีท่า และท่าที ที่จะถดถอยลงไป ทุกที ทุกที

จากการที่มองปัญหานี้อย่าง "พุทธศาสนิกชน" คนหนึ่ง ที่ยังเวียนว่ายอยู่ใน "สังสารวัฎ" ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ายังเวียนว่ายกับ "กิเลส" ขี้ยังเหม็นอยู่

ก็มองเห็นตามที่ท่านผู้รู้ พระสงฆ์องค์เจ้า ท่านได้นำเสนอออกมา แล้วผมก็จำนำมาเล่าต่อ ว่า

ที่ทุกวันนี้ ศาสนิกของ พุทธศาสนา ไม่เข้าวัด ก็ด้วยหลายปัจจัย ทั้งจากด้าน "นิตินัย" อันเป็น กฎหมายที่นานมากแล้ว ที่ สั่งเปลี่ยนให้ประเทศไทยไปใช้วันหยุด "เสาร์ - อาทิตย์" เช่น นานาอารยประเทศ จะด้วยความง่ายต่อการติดต่อ ราชการ ในทางการต่างประเทศ อะไรก็ตามแต่

แต่นั่นทำให้วิถีชีวิต "ชาวพุทธ" มันหายไป เพราะ ก่อนหน้าที่จะมีกฎหมายนี้ขึ้นมา ชาวไทยจะหยุดงานใน "วันพระ" ซึ่ง ไม่ตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์ เสมอไป ทำให้ หาก "วันพระ" หรือ วันขึ้น - แรม 15 ค่ำ หรือแม้กระทั่ง 8 ค่ำก็ตามที นั้นตรงกับวันทำงาน แต่อยากจะไปทำบุญ ฟังเทศน์ ที่วัด ซึ่งเป็นวิถีชาวพุทธ จำเป็นต้อง โดด หรือ ลา งาน ซึ่ง โดยทั่วไป มองว่าไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป อันนี้เข้าใจได้ในมุมมองมนุษย์เงินเดือน ไม่ทำงานเงินก็ไม่ได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปทำบุญ

หากกล่าวเช่นนี้ นักวิชาการทั้งหลายก็จะแย้งว่า ก็แล้ววันอาทิตย์ล่ะ ก็เป็น "วันธรรมสวณะ" ก็ไปวัดได้เช่นกัน แต่ ก็อีกแหละครับ ทำงานกันมาทั้งสัปดาห์ครอบครัวก็ต้องการที่จะอยู่ด้วยกัน ไหน รัฐบาลจะรณรงค์ วันอาทิตย์ เป็น "วันครอบครัว" อีกไม่ได้ รณรงค์ว่า วันอาทิตย์ เป็น "วันธรรมสวณะ" อย่างที่ สมัยก่อนๆ รณรงค์กัน

เมื่อ พูดถึงเรื่องวันหยุด ตามหลักสากลแล้ว พบว่า ทางฝรั่งหัวแดง ทำไมเค้า หยุด เสาร์ - อาทิตย์ แล้วไม่กระทบต่อ ศาสนกิจ ของเค้า เพราะ เค้ากำหนดวันอาทิตย์เป็น วันเข้าโบสถ์ ของเขาไงล่ะครับ ซึ่งไม่ใช่แบบบ้านเรา

เพราะศาสนาพุทธเรา ได้กำหนด "วันพระ" โดยยึด จันทรคติ คือ ยึด พระจันทร์ ข้างขึ้นข้างแรม แต่แล้วทำไมเราต้องไปตามฝรั่งด้วย อันนี้ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ

เพราะขนาด ประเทศ มาเลเซีย เขา ยังกำหนดวันศุกร์ เป็นวันหยุด สุดสัปดาห์ แล้วไปเริ่มทำงานกันวันอาทิตย์ เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะ วันศุกร์ คือวันที่ ชาว อิสลามิกชน ต้องเข้ามัสยิด ไงครับ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญ กับ ศาสนา ต่างกับบ้านเรา

ที่พูดมาก็ไม่ใช่ว่า จะต้องให้ รัฐบาลมาจัดการให้ วันพระ เป็นวันหยุดราชการแต่อย่างใด เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วอีกอย่างคือ ผมแค่คนๆเดียว หรือ แม้แต่ผู้ที่คิดเหมือนผมอีกมากมาย ก็คงไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลง เรื่องนั้นได้ แต่ที่พูด แค่อยากให้ พุทธศาสนิกชน หันเข้าวัดบ้าง ไม่ใช่เฉพาะเวลา "เสียใจ" "ไร้ที่พึ่ง" "อกหัก" ฯลฯ แล้วไหนจะเข้าวัดเพราะ มี บริการเสริม ไม่ใช่ calling melody นะครับ แต่เป็น สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา อะไรเช่นว่านั้น ซึ่งไม่ใช่ความมุ่งหมายของ "องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ซึ่งสอนให้ยึดในหลัก อริยสัจ ไตรลักษณ์ ไม่ได้ให้ยึดติดกับสิ่งที่ เป็นสิ่งที่ไม่ใช่วิชา หรือ "อวิชา" เพราะ เครื่องที่นำสู่ความหลุดพ้นนั้นก็ คือ สิ่งที่พุทธองค์ได้พร่ำสอนเอาไว้ และมีบรรจุอยู่ ใน พระไตรปิฎก ถึง 84000 พระธรรมขัณฑ์ ด้วยกัน

โอ่ว ร่ายซะยาวเลย กำลังจะบอกว่า ความสัมพันธ์ ของ บ้าน วัด โรงเรียน หรือ "บวร" นั้น คนไทยต้องกลับมาให้ความสำคัญกันได้แล้ว วัดจะอยู่ได้ก็เพราะ บ้าน ยัง

เพราะ วัดไม่สามารถทำการค้าหาเงินเข้าวัดได้ ซึ่ง ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์อีกนั่นแหละ ในการหาเงิน

เพราะอาชีพของพระสงฆ์ คือ บิณฑบาต เพื่อเลี้ยงชีพให้อยู่รอดเพื่อ ศึกษาพระธรรมเพื่อธำรงพระศาสนา

ซึ่งศาสนิกนั่นแหละ ที่จะเป็นผู้จุนเจือวัด ไม่ว่าจะด้วยกำลังกาย กำลังทรัพย์

ถึงตรงนี้ก็อยากจะให้ พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ได้ลองหันหน้าเข้าหาวัดบ้าง อย่ามองว่าเป็นเรื่องของ "คนแก่" เพราะคนแก่ที่เห็นในวัดนั่นแหละ เขาเข้าวัดกันมาตั้งแต่ หนุ่มสาว  จนเข้าวัย เฒ่าชะแรแก่ชรา เสียแล้ว อาจจะเริ่มกันใน "พรรษา" นี้ก็ได้

วัด ประตูเปิดตลอด 24 ชั่วโมง กลับไม่ค่อยมีคนที่จะเข้า หรืออยากเข้า

ผิดกับ

คุก ประตูปิดแน่นหนา มีคนเฝ้ามากมาย แต่กลับมีคนเต็มใจ หรือไม่เต็มใจ เข้าไปอยู่เสียเต็ม จนล้น

ทำไมผมถึงอยากให้เริ่มเข้าวัดในหน้า "พรรษา" ก็เพราะว่า ในหน้า "พรรษา" นี่เองพระสงฆ๋ องค์เจ้า จะอยู่กันครบ รวมไปถึงพระผู้ใหญ่ที่มีภูมิความรู้มากมาย สามารถช่วยให้เราเข้าถึงซึ่งคำสอนของ พุทธองค์

แล้วไม่นานมานี้ ก็นานพอได้แหละเพราะเป็นหน้า "พรรษา" ปีที่แล้ว ได้ไปคุยกับเจ้าอาวาส แถวบ้าน ท่านก็ชวนคุยถึงเรื่อง "เทียนพรรษา" ว่า หากต้องการถวายให้ได้บุญให้ถึงพร้อม ต้องถวายเป็นคู่ เพราะ ในการจะจุดเทียนบูชาพระ ต้องจุดคู่ หากถวาย เพียงต้นเดียว ทางวัดก็ไม่สามารถที่จะจุดให้ได้ จึงได้บุญไม่เต็มที่ ถือว่าเป็นความรู้ใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ

ไหนจะเรื่อง งดเหล้าเข้าพรรษา อีกล่ะ ผมว่า ในหน้าพรรษาเนี่ย จะกินก็กินเถอะ แล้วไปงดนู่น ออกพรรษา

เพราะอะไร พรรษา มันแค่ 3 เดือน แต่ ออกพรรษา 9 เดือน แล้วใน 9 เดือนที่ว่านี้ เทศกาล เต็มไปหมด ทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง แขก ซึ่งผิดกับ ใน หน้าพรรษา อันไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไหร่ เอาว่าใน 9 เดือนทีเหลือ ถ้างดได้ ก็จะได้อานิสงค์ ทั้ง "ปีใหม่" "ตรุษจีน" "สงกรานต์" ล้วนอยู่ใน 9 เดือนที่ออกพรรษาทั้งสิ้น

แล้วอีกประเต็นก็คือ หากงดมาได้ถึง 9 เดือนแล้ว ผมเชื่อว่า อีก 3 เดือนก็คงไม่อยากแล้ว

แค่นำเสนอเล่นๆ ตามที่ได้ยินได้ฟังมาน่ะครับ ซึ่งผมก็มองว่ามันเข้าท่าดี ใครจะคิดเห็นเป็นประการใดก็ลองอภิปรายกันมาครับ

มาถึงตรงนี้แล้ว รู้สึกว่าชักหมดมุข ซะแล้วสิ หายไปนานมาปัดกวาดบ้านซะหน่อย ล่อซะยาววววววว เลย

คราวนี้ โอกาสนี้ ขอเอวังไว้ด้วยประการฉะนี้ ล่ะนะครับ รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับอากาศเปลี่ยนแปลง บ๊อยบ่อย